วันนี้เรามารู้จักกับสเต็กที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก

วันนี้เรามารู้จักกับสเต็กที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก สเต็กอาจจะเป็นอาหารโปรดของใครหลายคนหรือแม้แต่บางคนก็กินมันจนเป็นชีวิตจิตใจ


จนเราเรียกคนพวกนั้นได้เลยว่าโปรเนื้อ คนรักเนื้อ ก็เปรียบเหมือนกันของสิ่งอื่นเช่นกันยกตัวอย่าง อย่างพวกที่รักกางเกงยีนส์เราก็เรียกคนพวกนนี้ว่าไอเซียนยีนส์เทพยีนส์หรืออะไรก็แล้วแต่ดังนั้นกลับกันคนรักเนื้อที่รู้จักเนื้อทุกส่วนอย่างถ่องแท้และยังได้เดินทางไปชิมเนื้อในแต่ละส่วนมาแล้วจนรู้สึกว่า เนื้ออะไรก็แล้วแต่ส่วนไหนก็แล้วแต่รู้จักทั้งหมด ดังนั้นถ้ามาเปรียบเทียบกับตัวเรานั้นเราก็ควรที่จะรู้จักกับมันบ้างไม่ปรับเปลี่ยนความคิดจากที่เราไม่เคยรู้อะไรก็เริ่มหัดศึกษาสะหน่อยอย่างน้อยเราไปร้านสเต็กเราก็ไม่หน้าแตกละกัน

เริ่มแรกเนื้อส่วนที่เราอยากจะให้รู้จักกันนะครับว่าเนื้อส่วนไหนมีชื่อภาษาอังกฤษว่าอะไรเราควรเรียกมันอย่างไรแต่ก็ไม่ได้แปลว่าถ้าพูดชื่อไทยเราจะไม่รู้จักนะครับแต่อย่างน้อยในยุคที่ภาษาอังกฤษก็เริ่มมาเป็นภาษาหลักแล้วเราก็ควรจะรู้จักเนื้อส่วนต่างๆเป็นชื่อภาษาอังกฤษบ้างเหมือนกัน

  •  Rib (ริบ,เนื้อริบตรงซี่โครง)
  • Rib คือส่วนซี่โครงดังนั้นถ้าเราจะเลือกสั่งสเต็กอะไรดันไปเห็นชื่อ Rib Steak เราเห็นชื่อโดดเด่นจะสั่งเลยก็ได้ครับแต่เราต้องรู้จักกับมันด้วยและ ริบ เนี่ยก็คือ ซี่โครงย่างนั้นเอง โดยริบเนี่ยจะแบ่งประเภทได้ไปอีกดังนี้
  • Prime Rib (ส่วนซี่โครงชั้นที่ 6-12)  หมายถึงเนื้อซี่โครงที่เกรดดีที่สุดเพราะมีไขมันแทรกกับตัวเนื้อมากและบริเวณขอบของเนื้อนั้นมีเอ็นคั่นก่อนถึงส่วนไขมันย่างแล้วเนื้อนุ่มอร่อยมากๆ
  • Rib Eye (ริบอาย) เนื้อริบอายนั้นคือส่วนที่ติดอยู่กับซี่โครง ที่ตัดกระดูดและเอ็นรอบนอกออกเหลือแต่เนื้อในส่วนตรงกลางที่ให้รสชาติที่ดีเพราะมีส่วนติดมันน้อยแต่ก็แทรกมาเล็กๆ และจะเสิร์ฟโดยการตัดเอามาเฉพาะส่วนเนื้อและนำไปย่างเป็น Rib Steak ต่อและทั้งนี้เนื้อริบอายนั้นขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเอามากๆเพราะมีทั้งความฉ่ำของเนื้อและความมันแทรกและเนื้อในส่วนนี้ยังมีเยอะอีกด้วย
  • Short Rib เนื้อที่ติดซี่โครงที่มีลักษณะเป็นชิ้นโค้ง โดยนิยมนำมันไปย่างหรืออบ

และวิธีการสั่งสเต็กที่ถูกต้องเป็นที่รู้จักกันว่าสำหรับใครบางคนที่พึ่งจะก้าวเข้ามาในวงการณ์เนื้อนั้นอาจจะคิดว่าการสั่งเนื้อเนี่ยมันยุ่งยากเพราะความสุขของเนื้อก็เป็นอีกสเนห์ของการกินเนื้อเหมือนกันฉะนั้นเราก็ควรที่จะมีความรู้ในเรื่องของระดับความสุขของเนื้อบ้างเหมือนกัน

Author: Byron James